Cill-*

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

HOW TO บริหารหน้าเรียวสวยแบบ V-SHAPE by CLARINS


ลองทำกันดูน๊า :))


ที่มา: หน้าแรกของ YouTubeหน้าแรกของ YouTubehttp://www.youtube.com

ผอมเพรียว หุ่นดี..ด้วยเม็ดแมงลัก


จากการวิจัยพบว่าเม็ดแมงลักมีสรรพคุณเป็นยาระบาย มีเส้นใยสูง เพิ่มปริมาณกากอาหาร และเมือกของมันยังสามารถช่วยหล่อลื่นให้อุจจาระอ่อนตัว สามารถขับถ่ายได้สะดวก ป้องกันอาการท้องผูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยหล่อลื่นทางเดินอาหาร

จากคุณสมบัติเด่นของเม็ดแมงลักที่โดนน้ำแล้วเกิดการพองตัว เมื่อเข้าสู่ร่างกาย เม็ดแมงลักจะดูดซับน้ำ,ดูดซับสารพิษ, น้ำตาลและไขมัน ที่อยู่ในลำไส้ ได้เป็นอย่างดี ทำให้ขับถ่ายสะดวก นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อย่างอื่นคือ ช่วยลด ไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ จึงได้มีการนำเม็ดแมงลักมาทานในระหว่างมื้ออาหาร เพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารว่าง จึงสามารถใช้ลดความอ้วนได้ เพราะเม็ดแมงลักไม่ก่อให้เกิดพลังงาน

วิธีทานเม็ดแมงลักลดความอ้วน ใช้เม็ดแมงลัก 1-2 ช้อนชาแช่น้ำ 1 แก้วใหญ่ ทิ้งไว้จนกว่าจะพองเต็มที่ ถ้าใช้เป็นยาระบายให้ทานก่อนนอน ถ้าเป็นยาลดความอ้วนให้ทานก่อนอาหารหรือ ทดแทนอาหารเป็นบางมื้อ เพราะอาจเป็นโรคขาดสารอาหารได้

ข้อเสียของการทานเม็ดแมงลักในปริมาณมากๆ อาจทำให้เกิดอาการแน่นท้อง หรือถ้าทานในขณะที่เม็ดแมงลักยังไม่พองเต็มที่ ก็จะมีการดูดน้ำจาก กระเพาะอาหารได้ ทำให้เม็ดแมงลักจับตัวเป็นก้อนแข็งและอุดตันลำไส้ ทำให้ท้องผูกได้มากขึ้น
ขอบคุณ ภาพประกอบจาก Internet และข้อมูลบางส่วนจากเว็บกระปุก

10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี



ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก
1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง
2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี
3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว
4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ
6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%
8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย
9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด
10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้
   ถ้าปฏิบัติให้ได้ครบทุกข้อตามคำแนะนำข้างต้นนี้จนเป็นนิสัย สุขภาพดีๆ จะไปไหนเสีย !!

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2551 11:11 น. http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9510000079603

สูตรบำรุงผิวกาย ด้วยธรรมชาติ

วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ขอนำเสนอสูตรบำรุงผิวกายด้วยธรรมชาติที่จะช่วยให้ผิวของคุณผู้หญิงเนียนชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาค่ะ และ สูตรบำรุงผิวกาย ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาแนะนำกันในวันนี้ขอเน้นความธรรมชาติที่หาซื้อกันได้อย่างง่ายดาย พอคุณผู้หญิงได้ยินชื่อก็คงจะต้องร้องอ๋อ......ไปตามๆ กันเลยที่เดียวค่ะ และ สูตรบำรุงผิวกาย ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นั่นก็คือ สูตรบำรุงผิวกายด้วยแตงกวานั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าแตงกวานั้นมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณกันขนาดไหนเรียกได้ว่าไม่ต้องอธิบายเลยด้วยซ้ำค่ะ ส่วนใหญ่คุณผู้หญิงหลายๆ ท่านมักจะนำแตงกวามาบำรุงผิวหน้ากันแต่วันนี้ลองมาบำรุงผิวกายกันดูบ้างนะค่ะ จะได้ผิวสวยอย่างสม่ำเสมอและทั่วร่างกายค่ะ นั้นเรามาดู สูตรบำรุงผิวกายด้วยธรรมชาติ กันเลยดีกว่าค่ะ


สูตรบำรุงผิวกาย ด้วยธรรมชาติ


สูตรบำรุงผิวกาย ด้วยแตงกวา

นำแตงกวามาบดหรือปั่นให้ละเอียดแล้วใช้ผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำแล้วนำมาถูให้ทั่วผิวกายจะรู้สึกหอมเย็นสบายและช่วยให้ผิวสะอาดไม่แห้งเป็นขุยอีกด้วย


สูตรบำรุงผิวหน้า ด้วยแตงกวา

นำแตงกวาจมาใช้บำรุงผิวหน้าแบบง่ายๆ คือ ฝานแตงกวาเป็นแผ่นบางๆ แปะไว้ตามใบหน้า วิตามินซีที่อยู่ในแตงกวาจะทำให้รู้สึกผิวนุ่มทันทีหลังใช้

ขอขอบคุณข้อมูลผิวสวยจาก momy pedia ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต


ที่มา http://www.n3k.in.th

วิธีดูแลผิวหน้า สำหรับสาวผิวมัน


วิธีดูแลผิวหน้า สำหรับสาวผิวมัน (เดลินิวส์)

          สาวที่มีผิวหน้ามัน ทำให้ดูหน้าเลอะเทอะ ไม่น่าจับต้อง การแต่งหน้าแต่ละครั้งแป้งก็ติดไม่ทน ทำให้ไม่สวยเอาได้ง่าย ๆ
              ความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า คนผิวมันมักจะเป็นสิวได้ง่าย แต่ความเป็นจริงแล้ว คนผิวมันก็มีข้อดี เพราะคนผิวมันจะมีน้ำมาเคลือบบนผิวเซลล์เกือบตลอดเวลา ทำให้ผิวของคนผิวมันมักดูไม่เหี่ยวย่นได้ง่ายเมื่อเทียบกับคนผิวแห้ง
          นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าไม่ใช่แต่เพียงคนผิวมันที่เป็นสิว จริงๆ แล้วคนที่ผิวแห้งมากๆ หรือมีปัจจัยใดๆ ก็ตามมารบกวนผิว จะกระตุ้นให้เกิดสิวและมีสิทธิ์ไม่สวยได้
             วิธีการดูแลผิวสำหรับคนที่มีผิวมัน ปัจจุบันมียาวิตามินเอสังเคราะห์ เช่น Isotretinoin หรือการใช้ยาในกลุ่ม aldactone ซึ่งมีฤทธิ์ข้างเคียงทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังลดจำนวนและขนาดลง มีผลให้ผิวแห้งขึ้น แต่ว่าการใช้ยา
เหล่านี้มีข้อเสียด้วย จึงควรอยู่ในความควบคุมของแพทย์
              ปัจจุบันมีสินค้ามากมายมาใช้ควบคุมความมันบนใบหน้า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คนที่มีปัญหาผิวมัน ซับหน้าด้วยกระดาษซับมันระหว่างวันและใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของ น้ำมัน (Oil Free, Oil Control) และไม่ควรกังวลมากเกินไปพยายามเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง   เพียงเท่านี้สาวผิวมันทั้งหลาย ก็จะสวยได้อย่างสาวผิวอื่นๆ เช่นกัน
ที่มา

Kapook

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เมคอัพให้เข้ากับสีผิว





   เมคอัพพาเลตสีสวยละลานตาที่มีอยู่มากมาย ช่างเป็นสิ่งล่อตาล่อใจ ที่คุณสาวๆ เห็นทีไรเป็นต้องหวั่นไหว ควักเงินในกระเป๋าแลกมาไว้ในครอบครองเอาได้ง่ายๆ แต่ก่อนจะซื้อครั้งต่อไปลองสังเกตดูให้ดีก่อนว่าสีสันมากมายเหล่านั้น เป็นสีที่เหมาะกับเราแล้วหรือไม่ จะได้ไม่ต้องเสียสตางค์ไปเปล่าๆ เพราะอารมณ์ชั่ววูบนะคะ
         เริ่มกันที่สาวผิวคล้ำ เหมาะอย่างยิ่งกับเมคอัพในโทนสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลอมส้ม และสีนู้ด และอย่าลืมลองมองหาลิปสติกสีไวน์ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับริมฝีปากของสาวผิวคล้ำค่ะ
          สาวผิวเหลืองและสีน้ำผึ้ง สีที่เหมาะกับสาวผิวนี้ที่สุดก็คือสีส้มอมน้ำตาล สีทอง และสีนู้ด นอกจากสีดังกล่าวแล้ว คุณยังสามารถเลือกทาลิปสติกสีชมพูนมอ่อนๆ ได้อีกด้วย
          สุดท้ายคือสาวผิวขาว ช่างโชคดีที่คุณคือเจ้าของสีผิวที่เหมาะกับการแต่งหน้าในทุกโทนสี แต่สำหรับสีที่เหมาะที่สุดกับลุคในวันสบายๆ ก็คือ สีชมพู ที่ช่างเข้ากันได้ดีกับผิวสีอ่อนของคุณ 


ที่มา  Teenee.com



นอกจากจะต้องหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้แล้ว คุณก็ควรปฎิบัติตามคำแนะนำนี้ด้วย
• เช็ดผิวให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู เพราะผ้าขนหนูขนฟูๆ อาจเป็นตัวทำลายชั้นผิวปกป้องตามธรรมชาติได้
ครั้งต่อไปที่คุณไปเลือกซื้อเสื้อผ้า ก็ควรเลือกเสื้อผ้านุ่มๆ อย่างผ้าฝ้าย หรือผ้าไหมลื่นๆ พยายามหลีกเลี่ยงผ้าไนล่อนหรือผ้าขนสัตว์ เพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิวได้
เนื่องจากผิวแพ้ง่ายมักจะแห้งและขาดความชุ่มชื้น คุณจึงควรหาสเปรย์น้ำแร่ (สำหรับผิวแพ้ง่าย) มาคอยฉีดเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าเป็นระยะๆ

ขอบคุณ LISAGURU
Teenee.com