Cill-*

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555




นอกจากจะต้องหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้แล้ว คุณก็ควรปฎิบัติตามคำแนะนำนี้ด้วย
• เช็ดผิวให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู เพราะผ้าขนหนูขนฟูๆ อาจเป็นตัวทำลายชั้นผิวปกป้องตามธรรมชาติได้
•ครั้งต่อไปที่คุณไปเลือกซื้อเสื้อผ้า ก็ควรเลือกเสื้อผ้านุ่มๆ อย่างผ้าฝ้าย หรือผ้าไหมลื่นๆ พยายามหลีกเลี่ยงผ้าไนล่อนหรือผ้าขนสัตว์ เพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิวได้
•เนื่องจากผิวแพ้ง่ายมักจะแห้งและขาดความชุ่มชื้น คุณจึงควรหาสเปรย์น้ำแร่ (สำหรับผิวแพ้ง่าย) มาคอยฉีดเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าเป็นระยะๆ

ขอบคุณ LISAGURU
Teenee.com

อาบน้ำเป็น ช่วยชะลอวัย

ผิวสวย

อาบน้ำ ช่วยชลอวัย
การอาบน้ำเป็นแค่การทำความสะอาดชำระร่างกาย แต่นี้เป็นเคล็ดลับการอาบน้ำเพื่อให้ได้มากกว่าความสะอาด นั้นคือให้สุขภาพแข็งแรงจนตัวเลขวัยวุฒิวิ่งตามไม่ทัน
             
               เขาบอกว่า ดูอย่างชาวญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง เขามักอาบน้ำร้อนสลับกับน้ำเย็นเสมอ เขาจึงเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีประชากรอายุยืนมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ดังนั้นการอาบน้ำเพื่อชะลอวัย คือ เริ่มต้นให้คุณใช้น้ำร้อนอาบสัก3นาที เสร็จแล้วตามด้วยน้ำเย็น 30นาที ทำแบบนี้กลับไปกลับมา3รอบ จบลงด้วยการอาบน้ำเย็น 30 วินาที รับรองภูมิคุ้มกันยอดเยี่ยม....



เทคนิคแต่งหน้าใสๆ-*




เทคนิคการแต่งหน้าใส "พร้อมคลิปวีดีโอสอนวิธีแต่งหน้าสวยแบบธรรมชาติ"

วันนี้มีเทคนิคการแต่งหน้าใสซึ่งยังมาพร้อมคลิปวีดีโอสอนวิธีแต่งหน้าสวยแบบธรรมชาติให้แด่คุณผู้หญิงทุกท่านที่ชื่นชอบสไตล์การแต่งหน้าแบบใสๆ และแลดูเป็นธรรมชาติอย่างที่สุดค่ะ สำหรับ เทคนิคการแต่งหน้าใส ที่ จะต้องเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้หญิงที่กำลังมองหา เทคนิคการแต่งหน้าใส นี้อย่างแน่นอนค่ะ นอกจาก เทคนิคการแต่งหน้าใส แล้วคุณผู้หญิงก็ยังจะได้เรียนวิธีแต่งหน้าสวยแบบธรรมชาติอีกด้วยค่ะ ซึ่งขั้นตอนวิธีแต่งหน้าสวยแบบธรรมชาตินี้ก็ถูกซ่อนอยู่ในคลิปวีดีโอสอนวิธีแต่งหน้าสวยแบบธรรมชาติกันแล้วค่ะ คุณผู้หญิงอยากได้ เทคนิคการแต่งหน้าใส กันแล้วรึยังค่ะ ถ้าอยากได้ เทคนิคการแต่งหน้าใส ก็มาเรียนวิธีแต่งหน้าสวยแบบธรรมชาติไปพร้อมๆ กับคลิปวีดีโอสอนวิธีแต่งหน้าสวยแบบธรรมชาตินำมาฝากกัน

การดูแลรักษาผิวหน้าและผิวกาย :)




"ฝึกหายใจ" ช่วยผิวสวย!

คุณผู้หญิงอยากมีผิวสวยกันไหมจ๊ะ เพียงแค่ฝึกหายใจก็ช่วยผิวสวยได้แล้วนะจ๊ะ แล้วอย่างงี้จะยังไม่มาทำการ ฝึกหายใจ กันอีกเหรอจ๊ะ แต่ถ้ายังหาวิธีฝึกหายใจยังไม่ได้วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีวิธีฝึกหายใจมาแนะนำกันอีกด้วยจ๊ะ คุณหญิงหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า หากคุณนั้นเร่งการหายใจหรือหายใจเร็วเท่าไหร่ยิ่งเป็นการเพิ่มพูนอนุมูลอิสระมากเท่านั้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการมีสารอนุมูลอิสระมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้ผิวพรรณของคุณนั้นมีริ้วรอย เหี่ยวย่น มากขึ้นเท่านั้นค่ะ ฉะนั้นแล้วหากไม่อยากเกิดสารอนุมูลอิสระมากก็ควรหันมา ฝึกหายใจ กับเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) กันดีกว่าค่ะว่าแล้วคุณผู้หญิงพร้อมที่จะ ฝึกหายใจ กันแล้วรึยังค่ะ ถ้าพร้อมกันแล้วก็ตามเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มาดูขั้นตอนฝึกหายใจกันเลยค่ะ

อนุมูลอิสระในร่างกายเราเกิดจากหลายสาเหตุรวมถึงของเสียจากการเผาผลาญอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลซึ่งในกระบวนการเผาผลาญจะต้องใช้ออกซิเจนจากการหายใจของเรา ดังนั้นหากเราหายใจเร็วหรือถี่ก็จะยิ่งกระพือการเผาผลาญพลังงานทำให้เกิดของเสีย ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระเป็นทวีคูณ ผิวจึงเสียเร็วขึ้นตามไปด้วย

หายใจตื้นยิ่งสะสมคาร์บอนไดออกไซด์ โดยปกติเซลล์ของเราจะขับของเสียคือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย ดังนั้น การที่เรายิ่งหายใจตื้นทำให้ปริมาณออกซิเจนที่ได้รับยิ่งน้อยลงเป็นสาเหตุให้ร่างกายมีก๊าซเสีย คือ คาร์บอนไดออกไซด์สะสมอยู่มากส่งผลให้เซลล์เกิดการอักเสบหรือไม่แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เร่งให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบ การหายใจอย่างถูกวิธีเพื่อให้ได้รับปริมาณออกซิเจนที่เพียงพอจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ปอดขับคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายได้


ฝึกหายใจ ช่วยผิวสวย



หน้าใสไร้สิว--*


 
1. ล้างหน้าให้ถูกวิธี
                สิ่งแรกที่ต้องทำเพื่อให้ใบหน้าสวยไร้สิวก็คือ  เธอต้องรู้จักวิธีล้างหน้าให้ถูกวิธีก่อน  วิธีก็ง่ายๆ  ไม่ยากเลย
                (1) ในตอนเย็น  ฌะอต้องทำความสะอาดใบหน้าด้วยคลีนซิ่งล้างเครื่องสำอางก่อน  เพราะในตอนเช้าเอได้ทาครีมกันแดด  ซึ่งครีมพวกนี้ล้างไม่ออกหมดด้วยสบู่หรือโฟมล้างหนได้  ให้เธอและคลีนซึ่งลงบนใบหน้าเป็นจุดๆ  แล้วใช้ปลายนิ้วถูวนบนใบหน้าแบบทวนเข็มนาฬิกา  จากนั้นใช้สำลีแบบแผ่นเช็ดออกอย่างแผ่วเบา
                (2) ล้างหน้าสะอาดด้วยสบู่หรือสบู่สำหรับล้างหน้าโดยเฉพาะไม่แนะนำให้ใช้แบบสคับ  เพราะจะทำให้สิวผลได้  และห้ามล้างเกิน 2 รอบ  เวลาล้างสบู่ให้ถูเบาๆ  ไม่ต้องออกแรงเยอะ
                (3)  น้ำที่ใช้ล้างหน้าควรเป็นน้ำอุณหภูมิห้อง
                (4) ล้างหน้าเสร็จ  ให้ใช้ผ้าขนหนูซับเบาๆ  เน้นว่าเบาๆ 
                (5)  สุดท้ายเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวด้วยมอยส์เจอไรเชอร์  เลือกที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเธอด้วย
2. พกกระดาษซับมัน
                สำหรับคนที่มีผิวมัน  เธออย่าล้างหน้าบ่อยมาก  เพราะหลังล้างหน้าใบหน้าจะแห้ง  ทำให้ผิวเร่งการผลิตไขมันมากขึ้นไปอีกทางที่ดีให้ใช้กระดาษซับมัน  ซับออกอย่างเบาๆจะช่วยลดความมันได้ดี โดยไม่ต้องคอบล้างหน้าบ่อยๆ
3. ดื่มน้ำมากๆ
                น้ำเปล่าสะอาดจะช่วยเพิ่มความชุ่มซื้นให้แก่ผิว  ลดการผลิตน้ำมันสาเหตุของสิวได้อย่าดีเยื่ยม  แถมยังช่วยซะล้างของเสียอีกตั้งหาก
4. ออกกำลังกาย
                การออกกำลังกายก็ช่วยลดสิวได้เหมือนกัน  เพราะการออกำลังกายจะช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล  ช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายแต่ที่สำคัญ  หลังออกำลังกาย  ต้องอาบน้ำ  ล้างหน้าให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้น  เหงื่อไคลจองเราอาจจะเป็นสาเหตุให้สิวพอกพูนได้
5. งดอาหารมันๆ
                อาหารมันๆ ประเภทอาหารทอดๆ  ผัดๆ  หรือไขมันสัตว์ทั้งหลายมีแต่จะเพิ่มพูนความมันในร่างกายของเราและก็เป็นแหล่งสะสมของสิว  เธอก็ควรงดอาหารจำพวกนี้ซะ  แล้วเน้นกินผัก  ผลไม้  จะช่วยให้ผิวใสแถมไร้สิวอีกต่างหากนะ
6. ทำความสะอาดเตียงที่นอน
                เตียงนอน  ปลอกหมอนที่เราต้องเอาหน้าไปสัมผัสทุกวัน  อาจจะเป็นสาเหตุของสิวอย่างที่คาดไม่ถึง  ดังนั้นให้ถอดออกมาทำความสะอาดทุกสัปดาห์  แล้วผ้าห่มด้วย
7. ไม่ใช้แชมพูที่แรงเกินไป
                นอกจากการเลือกครีมบำรุงผิวหน้า  และโฟมล้างหน้าที่เหมาะแล้ว  แชมพูก็สำคัญและห้ามมองข้ามเด็ดขาด  เพราะเวลาเราล้างแชมพูก็จะไหลผ่านหน้าเรา  ดังนั้นให้เลือกแชมพูที่ไม่แรงมากมันจะได้ไม่ส่งผลอันตรายต่อผิวหน้าเรานะ
8. เลี่ยงการทำอะไรกับผิวมากเกินไป
                ถ้าอยากมีผิวใส  ตอนนี้ต้องเลี่ยงไปก่อน  ต้องรักษาสิวให้หายสนิทเสียก่อนเริ่มบำรุงผิว  งดเว้นการสครับผิว  หรือทาครีมสารพัดโหมกระหน่ำ  ส่วนการทำผิวให้บิ๊งใส  รอจนกว่าสิวหมดก่อนแล้วค่อยลุยขั้นต่อที่สอง
                ที่มา : นิตยสาร I-Like

6 เทคนิคการดูแลผิวหน้าด้วยผลไม้




ทุกวันนี้ผิวโดนทำร้ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด หรือมลภาวะต่างๆ ถึงเวลา Back to the nature เพิ่มเติมความสดใสคืนสู่ผิวกันแล้วนะจ๊ะ สำหรับหนุ่มสาวที่อยากหน้าใสสวยเด้ง ฟังทางนี้ โบว์ มี 6 สูตรมาร์คหน้าง่ายๆ ที่จะทำให้หน้าขาวใส มาฝากกันโดยใช้ผลไม้มาเป็นส่วนประกอบหลัก
1.สูตรหน้าใสด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว
ส่วนผสม:  น้ำผึ้ง 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ: ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับครีมที่ผสมกรด AHA ส่วนน้ำผึ้งจะทำให้ผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้น
2. สูตรหน้าใสด้วยแอปเปิ้ล
ส่วนผสม: แอปเปิ้ล ปอกเปลือกแล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: นำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น
  • สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อีกด้วย
3. สูตรกระชับรูขุมขน
ส่วนผสม: กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศ เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งปอกเปลือก เอาเมล็ดออกให้หมดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
น้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว
วิธีทำ: ใช้กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศก็ได้ เติมน้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว นำไปปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
  • สูตรนี้จะ ช่วยทำความสะอาดใบหน้า และกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
4. สูตรครีมทำความสะอาดผิวหน้า (Cleanser)
ส่วนผสม: โยเกิร์ต ½ ถ้วย
น้ำมันดอกทานตะวัน
มะนาวสด1½ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: ผสมโยเกิร์ต น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมะนาวสดให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วหน้าประมาณ 5 นาที ทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออก ด้วยน้ำสะอาด
  • สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย
5. สูตรสาวผิวแห้ง มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย
ส่วนผสม: กล้วย 1 ผล
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: บดกล้วยกับน้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น
  • สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง
6. สูตรพอกหน้าใสจากแตงกวา
ส่วนผสม: แตงกวา 1 ผล หั่นแตงกวาเป็น ชิ้นบางๆ
ไข่ไก่ 1 ฟอง(ใช้เฉพาะไข่ขาว)
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: นำแตงกวา ไข่ไก่(ใช้เฉพาะไข่ขาว)และมะนาว ไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยกระชับรูขุมขน ผิวหน้าจะ ดูเนียนเรียบและชุ่มชื้น
  • เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม
Tips:
  • ผลไม้ที่ใช้ต้องสด มีคุณภาพดี
  • ภาชนะที่ใช้ใส่ผลไม้ ส่วนผสมต่างๆ ควรใช้แก้วหรือกระเบื้อง
  • ก่อนทำการพอกหน้า ควรทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด โดยการอัง ใบหน้ากับไอน้ำและนวดเบาๆ เพื่อเปิดรูขุมขน
  • เวลาพอกหน้าไม่ควรพูดคุยหรืออ่านหนังสือ

รู้จัก 12 เครื่องดื่ม เร่งอ้วน หรือ ช่วยผอม?





รู้จัก 12 เครื่องดื่มเร่งอ้วน หรือ ช่วยผอม? (Lisa)

          คิดว่า "น้ำ" ไม่ทำให้คุณอ้วนงั้นเหรอ คิดผิดแล้วล่ะ แต่ก็มีน้ำบางอย่างที่ช่วยลดน้ำหนัก มีอะไรบ้างไปดูกัน

น้ำอัดลม

           1.น้ำอัดลม : จำไว้ว่าทุกครั้งที่คุณดื่มน้ำอัดลม คุณกำลังยัดแคลอรีไร้สารอาหารเข้าสู่ร่างกายของตัวเอง แม้ว่าคุณอาจจะเปลี่ยนเป็นน้ำอัดลมสูตรไดเอ็ตซึ่งให้แคลอรีน้อยกว่า แต่งานวิจัยบางชิ้นก็ชี้ว่ามันมีผลต่อน้ำหนักตัวเหมือนกันนะ

น้ำเปล่า

           2.น้ำเปล่า : การดื่มน้ำสองแก้วก่อนมื้ออาหารจะช่วยให้กระเพาะเต็มเร็วขึ้น ดังนั้น คุณจะกินน้อยลง นอกจากนี้ การดื่มน้ำยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญด้วยนะ

น้ำส้ม

           3.น้ำผลไม้ : มีแคลอรีมากพอ ๆ กับน้ำอัดลม แต่มีทั้งวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ ทางเลือกของคุณก็คือมองหาน้ำผลไม้ 100% (ดูได้จากฉลากด้านข้าง)

น้ำผัก

           4.น้ำผัก : มีสารอาหารเหมือนน้ำผลไม้ แต่มีแคลอรีน้อยกว่าถึงครึ่งหนึ่ง เช่น น้ำมะเขือเทศหนึ่งแก้วมี 41 แคลอรี เมื่อเทียบกับน้ำส้มที่มีถึง 122 แคลอรี

สมูธตี้

           5.สมูธตี้ : หากปั่นเองที่บ้าน สมูธตี้ถือเป็นของดีที่คุณสามารถนับแคลอรีเองได้ ด้วยการใช้โยเกิร์ตและนมไขมันต่ำปั่นกับผลไม้ แต่หากเป็นสมูธตี้ตามร้านแล้ว เซย์โนเสียเถิด เพราะเราไม่รู้ว่าเขาใช้นมแบบไหน หรือใส่น้ำเชื่อมมากรึเปล่า

นม

           6.นมไขมันต่ำ : การกินอาหารที่มีแคลเซียมมากอาจจะดีต่อร่างกาย แต่ไม่ค่อยช่วยในการลดน้ำหนัก ดังนั้นการดื่มนมไขมันต่ำที่มีแคลเซียมอยู่มากแต่มีไขมันอิ่มตัวน้อย ก็อาจช่วยไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

energy drink

           7.เอเนจี้ดริ๊งก์ : เครื่องดื่มเสริมพลังงานทั้งหลายมีแคลอรีมากพอ ๆ กับน้ำอัดลม แม้ว่าจะมีสารอาหารบางอย่างมากกว่าก็จริง แต่คุณก็สามารถหาวิตามินและแร่ธาตุเหล่านั้นได้จากอาหารไขมันต่ำเหมือนกันแหละ ถ้าคุณจริงจังกับการลดน้ำหนัก ดื่มน้ำเปล่าดีกว่านะ

กาแฟดำ

           8.กาแฟดำ : กาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาลนั้นไม่มีแคลอรีและมีสารต้านอนุมูลอิสระการดื่มกาแฟยังจะช่วยให้อารมณ์ดี มีสมาธิ และลดความเสี่ยงเป็นเบาหวานประเภท 2 และมะเร็งหลากหลายชนิดอีกด้วย


กาแฟนม
           9.กาแฟนม : เมื่อคุณใส่ครีม น้ำเชื่อม วิปครีม ฯลฯ ลงในกาแฟดำ จะทำให้มันมีทั้งไขมันและน้ำตาล โดยกาแฟปั่นสูตรเด็ดอาจมีพลังงานถึง 570 แคลอรีต่อถ้วย ซึ่งอาจจะมากกว่าข้าวหนึ่งมื้อเสียอีก ถ้าคุณไม่ชอบกาแฟดำก็ให้ใส่นม ไร้ไขมัน หรือสารสังเคราะห์แทนน้ำตาลก็ได้

ชาเขียว

           10.ชาเขียว : ไม่มีแคลอรีและสารไมโครนิวเทรียนต์ อาจช่วยกระตุ้นให้น้ำหนักลดเสียด้วยซ้ำ


cooler

           11.ไวน์คูลเลอร์ : ไวน์ขนาด 12 ออนซ์ อาจให้พลังงานถึง 190 แคลอรี กับคาร์โบไฮเดรตอีก 22 กรัม ซึ่งไวน์ปกติขนาดแค่ 5 ออนซ์ก็อาจให้พลังงานถึง 100 แคลอรีแล้วนะ

เบียร์

           12.ไลด์เบียร์ : โดยทั่วไปไม่ใช่เครื่องดื่มลดน้ำหนัก แต่เมื่อเทียบในขนาดเท่ากันคือ 12 ออนซ์แล้ว ไลด์เบียร์มี 100 แคลอรี ในขณะที่เบียร์ทั่วไปมีถึง 150 แคลอรี ก็นับว่าไลด์เบียร์เป็นทางเลือดที่ดีนะ